คลื่นลูกที่สี่จีนโพ้นทะเลไทย

คลื่นลูกที่สี่ของคนจีนโพ้นทะเลที่กำลังถาโถมเข้ามาสู่เมืองไทยเป็นสิ่งที่ควรได้รับความสนใจจากทุกภาคส่วนและวางแผนกลยุทธ์ให้เหมาะสมเพื่อให้เกิดอานิสงส์กับไทยอย่างเต็มที่

คลื่นลูกนี้ต่างจากคลื่นลูกที่สามซึ่งคือปู่ย่าตายายของคนไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก ซึ่งอพยพมาหนีความจนและยากแค้นจากมณฑลทางใต้โดยเฉพาะกว่างตง (จีนกวางตุ้ง, จีนแต้จิ๋ว, จีนแคะ) ฝูเจี้ยน (จีนฮกเกี้ยน, จีนแคะ) และไห่หนาน (จีนไหหลำ, จีนแคะ) แบบเสื่อผืนหมอนใบเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในสยามซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศไทย โดยหวังว่าเมื่อเก็บเงินได้ก็จะกลับบ้านเกิดตามนิสัยรักบ้านของคนจีน

แต่ส่วนใหญ่คนในคลื่นลูกที่สามนี้กลับต้องเปลี่ยนแผนตั้งรกรากที่เมืองไทยเนื่องจากการปฎิวัติคอมมิวนิสต์ของเหมาเจ๋อตง (เหมาเจ๋อตุง) คนรุ่นนี้เมื่อยึดเอาเมืองไทยเป็นบ้านได้บุกเบิกสร้างธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม มีคุณูปการในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยขึ้นมา ตอนนี้ธุรกิจหลายเครือใหญ่โตจนคนหมั่นไส้ ทั้งๆที่ถ้าคิดดูจริงๆแล้วถ้าไม่มีธุรกิจเหล่านั้นเศรษฐกิจไทยคงโตมาไม่ได้ถึงขนาดนี้

ในขณะที่คลื่นลูกที่สี่อพยพมาจากมณฑลต่างๆหลากหลายทั่วประเทศจีนโดยเฉพาะหยุนหนาน (ยูนนาน) และกว่างซี (กวางสี) เพื่อหนีการแข่งขันที่รุนแรงในด้านการศึกษาและธุรกิจในประเทศบ้านเกิดเพื่อมายังไทยซึ่งการแข่งขันน้อยกว่าและค่าครองชีพที่ถูก โดยส่วนใหญ่มองเป็นทางผ่านเพื่อไปยังประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก

สิ่งสำคัญที่เราต้องทำให้ได้เพื่อให้คลื่นลูกที่สี่นี้เกิดเป็นทางบวกกับประเทศแทนที่จะเป็นผลเสียที่หลายๆคนกำลังกลัวกัน ผมมองว่าเราควรใช้บทเรียนทางประวัติศาสตร์ในคลื่นลูกที่สามและใช้แนวทางเดียวกันในการทำให้คนจีนในคลื่นลูกที่สี่ “มองเมืองไทยให้เป็นบ้าน” และเปลี่ยนใจมาตั้งรกรากที่นี่ สร้างคุณูปการอย่างยั่งยืนและถาวรให้กับเมืองไทยเหมือนคนรุ่นที่ผ่านมา

คนที่มองที่อยู่เป็นทางผ่านย่อมคิดแต่จะกอบโกย คนที่มองที่อยู่เป็นบ้านย่อมอยากจะทำบ้านให้เจริญรุ่งเรือง ประเทศสหรัฐอเมริกาที่เจริญรุ่งเรืองเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และด้านอื่นๆ ก็เป็นอีกตัวอย่างของประเทศที่ผู้อพยพเข้ามาและตั้งรกรากเป็นบ้านเกิดได้มีส่วนสำคัญในการสร้างความเจริญให้กับประเทศ

ประเทศเรามีสิ่งดีๆมากมายที่สามารถทำให้ใครก็ตามไม่ว่าจะมาจากที่ไหนอยากยึดเอาเป็นบ้าน เรามีวัฒนธรรมที่งดงาม อาหารที่อร่อย คนไทยมีอัธยาศัยดีเป็นมิตร และเรามีศาสนาพุทธอันประเสริฐเป็นศาสนาประจำชาติ เรามีวัตถุดิบมากมายที่จะใช้ในการเปลี่ยนใจคนในคลื่นลูกที่สี่แทนที่จะมองเป็นทางผ่านให้มองเมืองไทยเป็นบ้าน ถ้าเราทำสำเร็จเราก็จะมีคนมาช่วยเรานำประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน

อ้างอิง: http://www.bangkokpost.com/news/special-reports/1088793/the-quiet-chinese-revolution

ความสำคัญของหัวหน้าทีม

จะทีมเล็กทีมใหญ่สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ทีมสร้างผลงานได้ก็คือหัวหน้าทีม
หัวหน้าทีมที่เก่งคือคนที่สามารถบริหารความสัมพันธ์ทั้งในทีมและนอกทีมได้อย่างลงตัว
การสร้างความสมดุลของความสัมพันธ์รอบทีมคือหน้าที่ที่สำคัญที่สุดสำหรับหัวหน้าทีม
คนที่เป็นหัวหน้าคนเป็นครั้งแรกหลายคนจะรู้สึกอึดอัดเพราะไม่มีใครพอใจ 100% กับเราสักคน
ลูกน้องก็ไม่ 100% เจ้านายก็ไม่ 100% ลูกค้าก็ไม่ 100% ซัพพลายเออร์ก็ไม่ 100%

จริงๆถ้าทำไปสักพักจะรู้ว่าในสภาพสมดุลแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเป็นอย่างนั้น
ถ้ามีใครพอใจกับเรา 100% ก็แสดงว่าต้องมีใครสักคนที่ติดลบ อาจจะติดลบ 100% ด้วยซ้ำ
อย่างนั้นก็ไม่ใช่สภาพสมดุลแล้วล่ะ
ในสภาพที่สมดุลคนรอบตัวเราจะพึงพอใจเราเพียงแค่ระดับหนึ่ง
นอกจากนี้ความพึงพอใจคนรอบข้างก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา

การเป็นหัวหน้าทีมจึงต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่งและมั่นคง
ต้องทนกับสิ่งเลวร้ายที่วิ่งเข้าใส่โดยไม่ตอบโต้ตามอารมณ์
แต่ต้องคิดไตร่ตรองอยู่ตลอดเวลาว่าควรทำอะไรภายใต้สถานการณ์ต่างๆ ไม่ให้เสียสมดุล

ในชีวิตผมยังไม่เจอใครสักคนที่เกิดมาก็ทำได้เลย
เจ้านายเก่าที่เป็นหัวหน้าที่โคตรเก่งทุกคนก็เล่าถึงประสบการณ์เลวร้ายกว่าจะมาถึงจุดปัจจุบัน
ลูกน้องที่เป็นหัวหน้าทีมเก่งๆทุกคนก็ฝ่าฟันกว่าจะเป็นหัวหน้าทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนตัวเองไม่ต้องพูดถึง ถ้าจะเปรียบเปรยก็คือแผลเป็นเหวอะหวะเต็มหลังไปหมด

ผมขอให้กำลังใจคนที่พยายามอยู่ และขอให้อดทน
ไม่มีสิ่งมีค่าใดๆที่ได้มาอย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม
อย่าท้อถอยกับอุปสรรคและเสียงรอบข้าง
ถ้ามันเป็นกันได้ง่ายๆคนมันคงไม่มีความหมายอะไร
มันโคตรยากนี่สิถึงคุ้มค่าที่จะพยายาม

สู้ๆครับทุกคน

เรื่องยุงๆแมงวันๆ

คนเราถ้ามีจุดมุ่งหมายและปณิธานที่ยิ่งใหญ่
ก็ไม่ควรปล่อยให้คนพาลมาทำให้รำคาญใจจนไขว้เขวได้ง่ายๆ
ให้มองว่าคนเหล่านั้นเป็นแมลงวันหรือยุงที่มาไต่ตอมให้รำคาญ
ปล่อยให้มันตอมหรือกัดไป ยอมเสียเลือดให้มันไปสักหน่อย ยอมสกปรกสักนิด
แต่สองมือเราต้องถือพวงมาลัยให้นิ่ง ขับไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
คิดซะว่าสักวันแมลงวันหรือยุงเหล่านั้นก็ต้องโดนตบโดยใครสักคนที่รำคาญมันมากกว่าเรา
เราอย่าได้เสียเวลาสมาธิไปกับคนพาลไร้ค่าเหล่านั้นเป็นอันขาด