เจิ้งเหอกับ Islamization ของ Maritime Southeast Asia

อ้างอิง: https://www.scmp.com/week-asia/article/2006222/chinese-admiral-who-spread-islam-across-southeast-asia

เจิ้งเหอ (ซำปอกง) จากหลักฐาน DNA ล่าสุดแทนที่จะเป็นจีนกลับพบน่าจะเป็นเชื้อสายเปอร์เซีย!!

บรรพบุรุษเจิ้งเหอเป็นคนของราชสำนักหยวนของมองโกล (กองทัพมองโกลมีคนหลากชาติหลายภาษา) ถูกส่งมาปกครองยูนนาน ต่อมาเมื่อหมิงไล่มองโกลออกไปเจิ้งเหอถูกจับเป็นเชลยโดนตอนเป็นขันทีส่งไปราชสำนัก ภายหลังเป็นคนสนิทจักรพรรดิและด้วยความสามารถอันสูงส่งได้รับมอบหมายให้คุมกองเรือในตำนานส่งไปทั่วมหาสมุทรอินเดีย

ใจความใหญ่ของบทความนี้คือเจิ้งเหอนี่แหละที่น่าจะเป็นคนเปลี่ยน maritime souteast asia ให้เป็นมุสลิมเกือบหมด (ก่อนหน้านั้นเป็นฮินดูเกือบหมด) โดยน่าจะมาจากเหตุผลทางการค้าด้วยไม่ใช่แค่ทางศาสนาเพียงอย่างเดียว

ช่วงนั้นคือยุคต้นของอยุธยาของเรา และเป็นยุคที่จีนแผ่อิทธิพลมายังภูมิภาคเราแบบมหาศาลเช่นเดียวกับยุคสมัยนี้ และก็คงไม่ต่างกับยุคนี้ที่พี่จีนเข้ามาแทรกแซงการเมืองในทุกรัฐเนื่องด้วยความสำคัญของภูมิภาคนี้ต่อเศรษฐกิจจีน

หรือแจ้คหม่าคือเจิ้งเหอกลับชาติมาเกิด!!!!!!!

ทำไมจีนกับอินเดียถึงมีประชากรมากขนาดนี้?

ไม่ใช่แค่ปัจจุบันแต่จีนกับอินเดียวรวมกันมีประชากรประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งโลกมาเป็นเวลา 2000 กว่าปีแล้ว

วิดีโอนี้ให้คำตอบคำถามที่ว่าโดยนักภูมิศาสตร์ เป็นคำตอบที่ทำผมอึ้งไปเหมือนกัน คำตอบนั้นคือ
[Spoiler Alert]
……..
……..
……..
……..
……..
……..
……..
“ทิเบต”

ที่ราบสูงทิเบต (Tibetan Plateau) เป็นที่ๆสูงที่สุดในโลก และเป็นแหล่งที่สะสมของน้ำแข็งที่มีปริมาณมหาศาลมากที่สุดในโลก น้ำแข็งเหล่านี้ละลายตามกาลเวลาเกิดเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ที่ไหลผ่านบริเวณรอบข้าง โดยเฉพาะจีน (หวงโห, แยงซีเกียง) และอินเดีย (สินธุ, คงคา) น้ำเป็นสิ่งที่ทำให้เกษตรกรรมเกิด การมีแหล่งน้ำที่นำน้ำมาอย่างสม่ำเสมอทำให้สองประเทศนี้สามารถเลี้ยงประชากรขนาดใหญ่และทำให้ทั้งสองรวมกันมีประชากรประมาณครึ่งหนึ่งของโลกมาเป็นเวลา 2000 กว่าปี

ถึงคำตอบนี้จะฟังดูมีน้ำหนักอยู่พอสมควร ส่วนตัวผมคิดว่ามีคำอธิบายอื่นๆที่สำคัญไม่แพ้กันด้วย ตัวอย่างเช่น การที่ประเทศจีนมีประชากรพุ่งขึ้นเป็น exponential ในช่วงราชวงศ์หมิงต่อราชวงศ์ชิง เกิดมาจากการนำพันธุ์ข้าวจากเวียตนามเข้ามาปลูกทางตอนใต้ของจีนตั้งแต่ในช่วงราชวงศ์ซ่ง ข้าวดังกล่าวปลูกได้ดีมากและสามารถเลี้ยงประชากรได้เป็นอย่างดี ทำให้ประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่หลังจากนั้นการเติบโตของประชากรก็สะดุดเนื่องจากอณาจักรมองโกลเข้ามารุกรานและฆ่าคนไปมากมาย แต่เมื่อราชวงศ์หมิงขึ้นมาแทนที่ราชวงศ์หยวนของมองโกล การเพิ่มของประชากรก็กลับมาและเพิ่มขึ้นอย่างเรื่อยๆต่อเนื่องมาราชวงศ์ชิงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ดีปฎิเสธไม่ได้ว่าภูมิศาสตร์ก็เป็นปัจจัยสำคัญมากที่ทำให้สองประเทศนี้มีคนมากขนาดนี้ สิ่งที่น่าคิดต่อไปคืออนาคต ทำอย่างไรไทยเราจะได้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจอย่างเต็มที่จากการฟื้นตัวของสองประเทศนี้ ถ้าเราคิดออกเราก็จะโตไปกับเขาด้วย ถ้าเราคิดไม่ออก เราก็คงย่ำอยู่ตรงนี้เหมือนที่ผ่านมา

ประวัติศาสตร์โลกกำลังจะถูกพลิก

อ้างอิง: https://timesofindia.indiatimes.com/city/chennai/tn-symbolist-finds-links-between-indus-and-tamil-scripts/articleshow/62974730.cms

ความเชื่อที่ถูกสอนกันต่อๆมาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โลกกำลังค่อยๆถูกทำลายด้วยหลักฐานที่นักโบราณคดีและนักวิทยาศาสตร์ค้นพบมากขึ้นทุกวัน

สรุปแบบย่อ
– อารยธรรมแรกที่เกิดขึ้นในโลกไม่น่าจะใช่ตะวันออกกลางบริเวณแม่น้ำไทกรีส ยูเฟรตีส (ซึ่งเกิดก่อนอารยธรรมอียิปต์เสียอีก) แต่น่าจะเป็นอารยธรรมแม่น้ำสินธุ (Indus Civilization) เช่นเมือง Harappa, Mohenjo-daro ซึ่งเจริญกว่าและน่าจะเก่ากว่ามาก

– อักษรที่พบใน Indus Civilization ถูกค้นพบว่าน่าจะมาจากอักษร Tamil โบราณ (ตามบทความที่ link) ซึ่งการค้นพบนี้ใหม่สุดๆ (เป็นไปได้แต่ยังต้องพิสูจน์กันอีกพอสมควร)

– ชาว Tamil เป็นกลุ่ม Dravidian ที่ถูกมองว่าเป็นชนที่ด้อยกว่าในอินเดีย แต่จริงๆแล้วด้วยหลักฐานนี้แสดงว่า Tamil อาจจะเป็นกลุ่มที่เจริญมาก่อน Indo-Aryan เสียอีก

– Indo-Aryan ไม่ได้เข้ามารุกรานจน Dravidian (Indus Civilization) ล่มสลาย แต่อารยธรรม Dravidian เสื่อมไปเองด้วยเหตุผลที่ซับซ้อนซึ่งอาจจะเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปทำให้ระบบเศรษฐกิจล่มสลายไปด้วย

– ความเชื่อที่ว่า Indo-Aryan เหนือกว่า Dravidian และชนชาติอื่นเป็น Fake News ที่รัฐบาลอังกฤษในยุคล่าอณานิคมประโคมเพื่อให้คนเชื่อว่าชนชาติตัวเอง (ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Aryan ที่พูดภาษาในตระกูลเดียวกัน) สูงส่งกว่า

– วัฒนธรรม Tamil มาเจริญต่อในอินเดียใต้ โดยราชวงศ์ที่เจริญที่สุดและอยู่มาอย่างยาวนานคือราชวงศ์ ​Pallava ซึ่งคนไทยไม่ค่อยรู้จัก แต่มีความสำคัญมากกับประวัติ Southeast Asia และอารยธรรมไทย

– ราชวงศ์ Pallava เป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา วรรณกรรม สถาปัตยกรรม ศิลปะ และเป็นรัฐที่สร้างความเจริญอย่างสูงสุดกับอินเดียใต้ และเจริญมาในช่วงเดียวกับราชวงถังซึ่งเป็นราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน สองรัฐนี้มีการค้าขายและติดต่อกันอย่างหลากหลาย และทำให้เกิดรัฐระหว่างทางซึ่งอยู่ใน Southeast Asia (ศรีวิชัย ขอมโบราณ หริภุญไชย จามปา ฯลฯ) เกิดขึ้นและเจริญตามจากการค้าขายระหว่างสองอณาจักรนี้

– พระถังซัมจั๋งผู้ซึ่งเดินทางมาอินเดียเพื่อศึกษาศาสนาพุทธ ท่านได้เคยแวะไปเยี่ยมที่อณาจักร Pallava และได้กล่าวชื่นชมการปกครองที่มีเมตตาต่อประชาชนของราฃวงศ์ Pallava

– อักษรเขียนของ Pallava เป็นต้นกำเนิดอักษรที่ใช้หรือเคยใช้ใน Southeast Asia ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นอักษรไทย (ที่ถูกเริ่มเขียนบนศิลาจารึกในสมัยสุโขทัย) พม่า มอญ ลาว กัมพูชา ที่ใช้ในปัจจุบัน และอักษรที่เคยใช้ในหมู่เกาะอินโดนีเซีย

– สถาปัยกรรมของ Pallava เป็น inspiration สถาปัยกรรมเก่าแก่ของ Southeast Asia แทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเขมร (นครวัด นครธม ฯลฯ) อินโดนีเซีย (Borobudur) ฯลฯ

– ระบบการปกครองของ Pallava (เช่น concept ของ ธรรมราชา) เป็นระบบที่ถูกนำมาใช้ในรัฐใน Southeast Asia รวมถึงศรีวิชัย ขอม พม่า อยุธยาด้วย

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าอารยธรรมไทย และ Southeast Asia ทั้งหมดมีความสัมพันธ์ที่สืบทอด (ผ่านอณาจักร Pallava) ไปได้ถึงอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง Indus Civilization !!!