การเสพติดความมีชื่อเสียง

ความมีชื่อเสียงก็เหมือนนำ้ตาล อร่อย ยิ่งเสพก็ยิ่งอร่อย แต่ยิ่งเสพก็ยิ่งทำให้เราอ่อนแอ แล้วก็ไม่รู้ตัว จะรู้ตัวอีกทีก็มีปัญหาแล้ว จะเลิกก็ยาก เพราะมันเสพติด เลิกได้แล้วก็ยังมีสิ่งตกค้างที่ยังคงก่อปัญหาต่อไปอีก ก็ควรเสพแต่พอควรเฉพาะเท่าที่จำเป็นและเกิดประโยชน์เท่านั้น

Artificial Ignorance

เบื้องหลัง AI ก็คือคนที่สร้าง AI ถึงจะเป็น AI ที่สร้าง AI ก็ยังต้องมีคนที่สร้าง AI ที่สร้าง AI อยู่ดี กระแสที่บอกว่า AI จะมาแทนอาชีพนั้นอาชีพนี้ ท้ายสุดก็คือการบอกว่าคนสาย AI จะมาแทนอาชีพที่ว่าจะถูกแทนที่ด้วย AI นั่นเอง #เขียนเองมึนเอง

สามก๊ก นิยายสร้าง (แทนที่จะอิง) ประวัติศาสตร์

สามก๊กที่เราอ่านและดูกันเป็นแค่นิยาย ด้วยอัจฉริยภาพของผู้แต่ง (ซึ่งก็ยังถกเถียงกันมากว่าใช่ หลอ กว้านจง จริงหรือ? แล้ว หลอ กว้านจง ไหน เพราะมีหลายคน) ก็ทำให้เป็นที่นิยมชมกันอย่างกว้างขวาง

นิยายสามก๊กมีที่มาจากประวัติศาสตร์ แต่แต่งเติมเสียจนเหลือความจริงอยู่ไม่ถึงครึ่ง (บางคนบอกว่าเหลือเค้าความจริงแค่ 1 ใน 3) แค่คนจำนวนมากก็เชื่ออย่างจริงๆจังๆว่ามันคือเรื่องจริง และมีหนังสือสอนกลยุทธ์และหลักการปกครองโดยมีที่มาจากสามก๊กฉบับนิยายมากมายเป็นอุตสาหกรรมย่อมๆ นับเป็นความสำเร็จอย่างสูงสุดของผู้แต่งนิยายเรื่องนี้ แต่เป็นตลกร้ายของคนที่จริงจังกับประวัติศาสตร์ เหมือนเรียนกลยุทธ์จากการ์ตูนโคนันเดอะซีรี่ส์
สามก๊กฉบับประวัติศาสตร์ โดยนักประวัติศาสตร์ เฉิน โซ่ว ไม่เป็นที่นิยมเท่าฉบับนิยาย ทั้งๆที่เป็นเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องแต่ง สาเหตุเพราะไม่สนุกเร้าใจเท่าฉบับนิยาย จนป่านนี้ผมยังไม่เคยเห็นฉบับแปลภาษาไทยที่ไหนเลย คิดว่าน่าจะมี แต่คงหมกอยู่ห้องสมุดที่ไหนซักแห่งนึง

ประวัติศาสตร์สามก๊กเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆในประวัติศาสตร์จีนอันยาวนาน ผู้คนคนในยุคสามก๊ก ก็เหมือนทุกยุคสมัยของจีน มีคนเก่งคนไม่เก่ง คนดี คนเลว แต่ในบรรดาคนเก่งทั้งหมดของสามก๊กก็ยังไม่มีใครมีผลงานที่โดดเด่นเทียบชั้นกับสุดยอดจักรพรรดิเช่นหลี่ซื่อหมิน (ถังไท่จง) ได้เลย ทั้งขงเบ้ง โจโฉ ซุนกวน ก็ยังห่างหลายขุม

แต่ในแง่ของ entertainment แล้ว ซีรี่ย์สามก๊ก ก็ยังไม่เคยทำให้ผิดหวัง หลี่ซื่อหมินตัวจริงเก่งเทพแค่ไหนเวอร์ชั่นนิยายก็ยังไม่เร้าใจเท่า สามก๊กเวอร์ชั่นนิยายดูทีไรก็สนุกทุกที ช่อง 3 กำลังจะเอามาออกอีกครั้ง ใน version นี้ชอบคนเล่นเป็นโจโฉมาก ยียวนกวนประสาทมาก ดูแล้วอินจริงๆ ว่างๆมาดูกัน แต่อย่าไปคิดมากเรื่องวิเคราะห์ เพราะมันเป็นแค่….ฉบับนิยาย

ความท้าทายเหมือนฉลามที่ทำให้ปลาตื่นตัวไม่อับเฉา

แชร์จาก https://www.facebook.com/varanyu/posts/10154229075460814

ข้อความดีมากๆครับ

“ความท้าทาย”

คนญี่ปุ่นชอบเนื้อปลาสด แต่ทะเลหรือแหล่งน้ำแถบญี่ปุ่นนั้น ไม่มีปลาชุกชุมมานานหลายทศวรรษแล้ว

ดังนั้นเรือประมงทั้งหลายจึงมีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้สามารถหาปลาได้เพียงพอต่อการบริโภค ชาวประมงจึงออกไปหาปลาในน่านน้ำที่ไกลออกไป ยิ่งออกจากฝั่งไปไกล ก็ยิ่งใช้เวลานานในการนำปลากลับมา ถ้าออกทะเลไปนานเกิน 2-3 วัน ปลาก็จะไม่สด และคนญี่ปุ่นไม่ชอบรสชาติแบบนั้น วิธีแก้ปัญหาก็คือ บริษัทประมงทำการติดตั้งตู้แช่แข็งเอาไว้บนเรือ พอจับปลาได้ก็เอาใส่ไว้ในตู้แช่แข็งตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่ทะเล ทำให้พวกชาวประมงสามารถออกไปหาปลาได้ไกลจากฝั่งมากขึ้น

แต่ว่าคนญี่ปุ่นก็สามารถแยกความแตกต่างในรสชาติ ของเนื้อปลาสดกับเนื้อปลาแช่แข็งได้อยู่ดี และพวกเขาก็ไม่ชอบปลาแช่แข็งเสียด้วย ปลาแช่แข็งจึงมีราคาถูก เมื่อเป็นเช่นนั้น บริษัทประมงจึงทำการติดตั้งแท็งค์น้ำ แล้วเอาปลาที่จับได้ใส่ลงไป แต่พอถูกเหวียงไปเหวียงมา และต้องโคลงเคลงอยู่ในแท็งค์นานๆเข้า ปลาก็ไม่ยอมว่าย มันอ่อนล้าแล้วก็เซื่องซึมลง แม้จะยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม โชคไม่ดีที่คนญี่ปุ่นก็ยังสามารถแยกความแตกต่าง ในรสชาติของเนื้อปลาได้เหมือนเดิม ปลาเหล่านั้นไม่ให้รสชาติความสดใหม่เสียแล้ว เพราะว่ามันไม่ได้ว่ายมาหลายวัน คนญี่ปุ่นชอบรสชาติความสดของปลาใหม่ๆ มากกว่าปลาเฉื่อยๆ แบบนั้น 

บริษัทประมงญี่ปุ่นจะแก้ปัญหานี้อย่างไร…

พวกเขาจะจับปลาที่ให้รสชาติของความสดใหม่กลับประเทศอย่างไร…

หากคุณจะให้คำปรึกษาแก่อุตสาหกรรมประมง คุณจะแนะนำอย่างไร…

คล้ายกับการมีเงินมากเกินไป…

เมื่อไหร่ที่คุณไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว เป็นต้นว่า ได้เจอเพื่อนที่ดีมากคนหนึ่ง ตั้งบริษัทขึ้นมาแล้วประสบความสำเร็จ ใช้หนี้สินไปจนหมดแล้ว หรืออะไรก็แล้วแต่ตอนนั้น ความกระหายอยากได้ในสิ่งต่างๆ ของคุณอาจหมดไป ไม่ต้องทำงานหนัก ทั้งยังมีเวลาพักผ่อนเหลือเฟือ คุณกำลังเผชิญปัญหาเดียวกันกับคนถูกลอตเตอรี่ที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไปเรื่อยๆ หรือทายาทมหาเศรษฐีที่ไม่รู้จักโต เช่นเดียวกับปัญหาเรื่องปลาของคนญี่ปุ่น ทางแก้ไขที่ดีที่สุดนั้นง่ายแสนง่าย 

ในช่วงต้นยุค 50 นั้น ชายที่ชื่อ แอล รอน ฮับบาร์ด ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า 

“น่าแปลกจริงๆ ที่คนมักประสบความสำเร็จและเจริญรุ่งเรือง เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายเท่านั้น”

ข้อดีของความท้าทาย

ยิ่งเป็นคนที่ฉลาด ไม่ย่อท้อ และมีความสามารถ ก็ยิ่งสนุกกับปัญหา หากความท้าทายมีไม่มากหรือน้อยเกินไป และยิ่งคุณเอาชนะความท้าทายเหล่านั้นมาได้โดยตลอดแล้ว คุณจะรู้สึกเป็นสุข พอคิดถึงเรื่องท้าทายต่างๆ แล้วก็จะรู้สึกมีพลังขึ้นมาทันที ตื่นเต้นที่จะลองวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ แล้วก็รู้สึกสนุกกับมัน เป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณยังมีชีวิตอยู่

กลับมาที่เรื่องของเนื้อปลา จะทำให้เนื้อปลาคงความสดไว้ได้อย่างไร?

การเก็บรักษาปลาให้สดนั้น บริษัทประมงญี่ปุ่นเค้าจะใส่ปลาไว้ในแท็งค์ แล้วก็ใส่ปลาฉลามลงไปในแต่ละแท็งค์ ปลาฉลามอาจกินปลาไปนิดหน่อย แต่มันทำให้บรรดาปลาส่วนใหญ่ มีชีวิตชีวามากขึ้น ปลาก็ผจญกับเรื่องท้าทาย

ข้อแนะนำ

จงกระโดดเข้าหาความท้าทายต่างๆ แทนที่จะคอยแต่หลีกหนี เอาชนะมันให้ได้ สนุกกับเกม ถ้าความท้าทายนั้นยิ่งใหญ่ หรือว่ามากมายจนเกินไป อย่าเพิ่งยอมแพ้ซะละ ความล้มเหลวอาจทำให้เหนื่อยล้า แต่ก็ช่วยปรับปรุงตัวของคุณเอง จงค้นหาความตั้งใจ ความรู้ ความช่วยเหลือให้มากขึ้น 

หากไปถึงเป้าหมายแล้ว ให้ลองตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นไปอีก เมื่อตอบสนองความต้องการเป้าหมายของตัวเองและครอบครัวแล้ว ให้ขยับไปเป้าหมายของกลุ่ม ของสังคม ของมนุษย์ชาติต่อไป อย่าสร้างความสำเร็จและหยุดอยู่แค่นั้น คุณมีทั้งทรัพยากร ทักษะ ความสามารถต่างๆ ที่จะทำในสิ่งที่แตกต่าง

เอาปลาฉลามมาปล่อยไว้ในแท็งค์ของคุณบ้าง ดูซิว่า คุณจะไปได้ไกลแค่ไหน 🙂

Cr : นิรนาม

โศกนาฏกรรมสยาม

“…เราเคยเพลี่ยงพล้ำเสียทีต่างชาติเมื่อ 130 กว่าปีก่อน จนกระทั่งรัชกาลที่ 5 ได้แก้ปัญหานี้ของไทยได้สำเร็จ ด้วยการมุ่งมั่นปฏิรูประบบกฎหมาย ระบบยุติธรรมของประเทศครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย…”
“…..ต้องปฏิรูปใหญ่อีกครั้งหนึ่งแล้ว แต่ทำได้ยากมาก เพราะเราไม่มีพลังใหญ่ในแผ่นดินที่จะทำงานใหญ่อย่างนี้ได้…”
#โศกนาฏกรรมสยาม

อ้างอิงจาก http://thaipublica.org/2015/09/jaran-8-9-2558/

ปรากฏการณ์ทีวีดิจิตอล Broadcast คู่ขนานบน FB Live

ในระยะสั้นเชื่อว่าการที่ช่องทีวีดิจิตอลเริ่มหันมา Broadcast คู่ขนานบน Facebook Live จะส่งผลบวกทำให้ Rating ดีขึ้นเนื่องจากเป็นช่องทาง Remind รายการที่กำลัง On Air ให้กับแฟนรายการ ซึ่งอาจจะเปิดดูจากทีวี หรือดูบน Facebook Live เลยก็ได้

ในระยะยาวถ้าคนชินกับการดูช่องทีวีบน Facebook Live มากขึ้น จะเกิดช่อง Facebook Live Only มากขึ้น เหมือนที่คุณสรยุทธ และ คุณวู้ดดี้ กำลังทำหรือมีแผนจะทำ ซึ่งช่อง Facebook Live ที่กำลังจะเกิดขึ้นเหล่านี้จะเป็นคู่แข่งช่องทีวีปกติใน target audience กลุ่ม Digital Ready ซึ่งอาจจะไม่ใช่ mass แต่ก็เป็นกลุ่มมีกำลังซื้อสูง

พูดง่ายๆก็คือการที่ช่องทีวีมา Broadcast ผ่าน Facebook Live จะทำให้ Platform ใหม่นี้แจ้งเกิดเร็วขึ้น เปิดโอกาสให้เกิดคู่แข่งใหม่ๆ ในลักษณะเดียวกันกับการที่ช่องอนาล็อกในอดีตมาออกอากาศผ่าน Platform ทีวีดาวเทียม ทำให้เกิดคู่แข่งใหม่เช่น WP, GMM, RS ซึ่งในภายหลังก็มาแข่งในสนามใหญ่กับช่องอนาล็อกเดิม

แต่ท้ายที่สุดคู่แข่งที่จะเกิดขึ้นจริงก็คือคู่แข่งที่เข้มแข็งเรื่อง Content จริงๆ ไม่ใช่ว่าใครมาทำก็จะสร้างฐานคนดูที่มากและ Loyal พอที่จะสามารถชิงส่วนแบ่งค่าโฆษณาจากเจ้าตลาดเดิมได้

ผมเชื่อว่าคนที่ประสบความสำเร็จบน Facebook Live จะมีสองกลุ่ม กลุ่มแรก target niche (เช่นคุณวู้ดดี้?) หลังจากสำเร็จแล้วจะยังคงอยู่บน Facebook Live Only เนื่องจากมัน cover target แล้ว

กลุ่มที่สอง target mass เช่นคุณสรยุทธ์ ซึ่งหลังจากสำเร็จบน Facebook Live แล้วน่าจะขยายผลกลับมาเป็นผู้เล่นในจอทีวีปกติเพื่อขยาย reach ในกลุ่ม mass และกวาดรายได้โฆษณาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

Impact ที่แน่นอนของปรากฏการณ์ครั้งนี้คือการที่ตลาดคนทำ Content จะดุเดือดเลือดพล่านขึ้นไปอีก ผลที่ตามมาคือธุรกิจที่สามารถ retain และ develop คนทำ Content ได้เท่านั้นจึงจะสามารถมีชัยในการปฏิวัติวงการทีวีในครั้งนี้ ไม่ว่าจะอยู่ใน Facebook Live หรือทีวีปกติ