สปิริตนักรบนักผจญภัย กับ หัวใจโกอินเตอร์

คนหลายชาติหลายวัฒนธรรมที่ประสบความสำเร็จในการสร้างธุรกิจข้ามชาติมักจะมีพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่บูชานักรบผู้บุกชนะดินแดนต่างๆนอกบ้านเกิดเมืองนอนตัวเอง หรือนักผจญภัยที่ออกไปค้นพบดินแดนใหม่ๆในโลก

นักรบนักผจญภัยแห่งยุโรป

คนยุโรปผู้เป็นต้นกำเนิดธุรกิจข้ามชาติมีพื้นฐานวัฒนธรรมจากกรีกโรมัน เมื่อพูดถึงวัฒนธรรมกรีกโรมันเราคงพอจะนึกถึงฮีโร่ของเขาได้หลายคน พระเจ้าอเล็กซานเดอร์, จูเลียส ซีซาร์, ล้วนแล้วแต่เป็นนักรบที่ชนะบ้านอื่นเมืองอื่นอย่างราบคาบ เป็นฮีโร่ที่คนยุโรปบูชานับถือกัน อเล็กซานเดอร์รบชนะเปอร์เซียซึ่งเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกยุคนั้น จูเลียส ซีซาร์ รบชนะเผ่าเยอรมันในดินแดนกอล (ฝรั่งเศษในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นดินแดนป่าเถื่อนซ่องสุมพวกป่าเถื่อนที่สร้างความเดือดร้อนให้อณาจักรโรมันอยู่ตลอดมา

ในยุคของการค้นพบดินแดนใหม่ของโลก สปิริตของนักรบผู้ชนะดินแดนได้ถูกเปลี่ยนรูปมาเป็นการค้นพบและบุกเบิกดินแดนใหม่ๆในโลกที่คนยุโรปยังไม่รู้จัก เกิดเป็นนักผจญภัยผู้ค้นพบดินแดนใหม่อย่างเช่นคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส, บาโทโลมิว ดิแอส, วาสโก ดา กามา, เฟอร์ดินาน แมกเจลแลน, ฯลฯ คนหนุ่มมากความสามารถต่างฝันใฝ่สร้างชื่อเสียงในการเป็นนักผจญภัยผู้ค้นพบดินแดนใหม่ในโลกกว้าง

ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งคนยุโรปก็คือคนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในแง่การขยายธุรกิจออกไปทั่วโลก โดยได้แรงผลักดันมาจากการเป็นนักผจญภัยผู้ค้นพบและครองครองดินแดน แต่เปลี่ยนจากรูปแบบการรบมาเป็นการค้าแทน บริษัทที่ยิ่งใหญ่ของยุโรปในยุคนั้นอยู่ในรูปแบบของบริษัทที่ได้รับสัมปทานผูกขาด (Monopoly concession) จากรัฐบาลอย่าง British East India company ของอังกฤษ เป็นต้น

อเมริกัน Cowboy

ในสหรัฐอเมริกาช่วงบุกเบิกฝั่งตะวันตกของทวีอเมริกา (Wild Wild West) คือช่วงยุคครึ่งแรกของศตวรรษที่ 19 เกิดฮีโร่พวกใหม่ในวัฒนธรรมอเมริกัน (ซึ่งก็มีพื้นฐานมาจากวัฒนธรรมยุโรป) คือโคบาล หรือ Cowboy ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกไปดินแดนฝั่งตะวันตกซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายจากพวกอินเดียนแดงที่โหดร้าย สภาพภูมิประเทศที่ไม่คุ้นเคย โจรต่างๆ Cowboy เป็นผู้ที่ทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาขยายดินแดนไปจนสุดฝั่งตะวันตกของทวีปในรัฐแคลิฟอร์เนีย โอเรกอน และ วอชิงตัน ในปัจจุบัน Cowboy ยังคงเป็นฮีโร่ใจจิตใต้สำนึกของคนอเมริกัน ในฐานะผู้บุกเบิก ผู้ค้นพบดินแดนใหม่ ผู้ชนะอินเดียนแดง

หลังสงครามโลก ยุโรปถดถอยและอ่อนแอจากสงคราม บริษัทอเมริกันเข้มแข็งและเข้ามาแทนที่ยุโรป ได้เกิดบริษัทอเมริกันจำนวนมากที่เป็นผู้นำในโลกในผลิตภัณฑ์และบริการแทบทุกอย่าง ได้เข้าไปครองครอบตลาดทั่วโลกในลักษณะเดียวกับยุโรปในยุคก่อนหน้า ซึ่งสปิริตของ Cowboy ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถอธิบายแรงขับเคลื่อนนักธุรกิจให้ขยายธุรกิจไปครองครองตลาดต่างๆทั่วโลก

ตอนผมอยู่สหรัฐอเมริกาได้มีโอกาสทำงานในบริษัทอเมริกันหลายแห่งก็พบว่านักธุรกิจและผู้บริหารชาวอเมริกันก็ยังได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรม Cowboy อย่างมาก โดยเฉพาะคนที่อยู่ในสายงานด้านการขาย การตลาด การพัฒนาธุรกิจ ซึ่งเป็นพวกที่มีหน้าที่ในการขยายธุรกิจ ต่างก็มีบุคลิกและวัฒนธรรมของ Cowboy ที่บูชาความกล้าหาญ กล้าได้กล้าเสีย ต้องการเอาชนะคู่ต่อสู้เพื่อครอบครองตลาดเป้าหมาย (ตลาดเข้ามาแทนที่ที่ดินในแง่่ของเป้าหมายในการเอาชนะและครองครอง) ซึ่งเป็นคุณค่าที่อยู่ในวัฒนธรรม Cowboy เช่นเดียวกัน หลายคนชอบคิดถึงตัวเองเหมือนเป็น Cowboy จริงๆและภาคภูมิใจในบุคลิกดังกล่าวเป็นอย่างมาก

คนญี่ปุ่น นักรบแห่งเอเชีย

ในคนเชื้อสายเอเชียต้องถือว่าคนญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่ประสบความสำเร็จมากในการขยายธุรกิจออกไปทั่วโลก ถ้าเรามาวิเคราะห์ดูก็จะพบว่าคนญี่ปุ่นมีจิตวิญญาณนักรบอย่างแรงกล้าตั้งแต่ยุคซามูไร วัฒนธรรมของซามูไรเน้นความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว การเอาชนะผู้อื่นในการรบ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเองชาวญี่ปุ่นก็ได้พยายามเน้นย้ำคุณค่าดังกล่าวเพิ่มเติมเข้าไปอีก ได้มีการค้นพบประวัติความยิ่งใหญ่ของเจ็งกีสข่านในยุคนั้น ชาวญี่ปุ่นถือว่ามองโกลก็เป็นชาวเอเชีย และการที่เจ็งกีสข่านเป็นผู้ที่รบชนะได้ดินแดนมาครองครองมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลกแสดงให้เห็นว่าชาวเอเชียไม่แพ้ใคร ผู้นำชาวญี่ปุ่นในขณะนั้นได้นำเอาตำนานเจ็งกีสข่านมาปลูกฝังคนญี่ปุ่นทั้งพลเรือนและทหารเพื่อสร้างความมั่นใจของความเป็นชาวเอเชียที่ยิ่งใหญ่

นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันการขยายอณาเขตของประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งก่อนที่จะแพ้สงครามญี่ปุ่นก็ได้ขยายอณาเขตของตัวเองไปอย่างกว้างขวางทั่วเอเชียตะวันออก ในจีน เกาหลี ไต้หวัน พม่า เวียตนาม แม้ไทยเราก็ถือว่าอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่นอยู่่ช่วงหนึ่งด้วย

หลังสงครามโลกจิตวิญญาณนักรบถูกเปลี่ยนจากการพยายามยึดดินแดนมาเป็นการยึดครองตลาด บริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จแข่งขันกับบริษัทจากโลกตะวันตก สามารถครองครองตลาดทั่วโลกได้ เป็นชาติเอเชียชาติแรกที่สะเทือนความมั่นใจของชาติตะวันตกในแง่ของการแข่งขันทางธุรกิจ บริษัทโตโยต้าปัจจุบันก็ถือว่าครองแชมป์บริษัทผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ล้มแชมป์อย่าง GM ของสหรัฐฯไปได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

คนไทยผู้รักสงบ

เมื่อมองย้อนกลับมาดูสังคมไทย จะเห็นได้ว่าเราไม่มีวัฒนธรรมบูชานักรบเหมือนคนชาติอื่นที่ได้กล่าวถึงในข้างต้น ประเทศไทยเป็นที่ที่อุดมสมบูรณ์ เราไม่เคยคิดจะไปยึดบ้านเมืองใครเพราะบ้านเมืองเรามีทุกอย่าง ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ส่วนใหญ่เราไม่เคยคิดที่จะไปอยู่บ้านอื่นเมืองอื่นเพราะบ้านเราน่าอยู่ที่สุด อาหารอร่อย มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม คนไทยนิสัยดีน่ารักกว่าคนอื่น

นี่เป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือเราเป็นที่รักของทุกคน ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาไม่ว่าเราจะอยู่ข้างคนแพ้หรือคนชนะ เราไม่เคยถูกทำร้ายอย่างทารุณโหดร้ายเหมือนชาติอื่นๆ ช่วงล่าอณานิคมชาติตะวันตกก็ไม่มายึดครองเมืองไทยเหมือนที่ทำกับพม่า ลาว เวียตนาม เขมร ตอนที่ญี่ปุ่นมายึดครองไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองก็ไม่ได้ทำทารุณโหดร้ายกับคนไทยเหมือนที่ทำกับคนจีน เกาหลี และเวียตนาม ตอนเราแพ้สงครามโลกครั้งที่สองพร้อมญี่ปุ่น พวกตะวันตกก็ถือว่าเราโดนบังคับ ก็เสมอตัวกันไป ไม่ลงโทษเราเหมือนผู้แพ้สงครามอื่นๆ คนชาติต่างๆไม่ว่าจะเป็น แขก จีน ญีปุ่่น ฝรั่ง ต่างก็มีทัศนคติที่ดีกับคนไทย (ยกเว้นเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆอาจจะไม่่ชอบเรานักเพราะมีประวัติที่ไม่ดีต่อกันในอดีต)

แต่ข้อเสียก็คือเราไม่ค่อยจะมีความทะเยอทะยาน ambition ที่จะไปเอาชนะคนอื่นนอกบ้านนอกเมืองเรานัก ในแง่ของธุรกิจส่วนใหญ่เราแค่พอใจที่จะทำตลาดในบ้านเรา มีน้อยบริษัทนักที่บุกฝ่าไปต่างประเทศเพื่อเอาชนะครองครองตลาดต่างประเทศ เพราะแรงผลักดันเหล่านี้มันไม่ได้อยู่ในสายเลือดคนไทย เรารักสงบ เราไม่มีความทะเยอทะยานที่จะไปชนะคนบ้านอื่นเมืองอื่นเหมือนวัฒนธรรมนักรบนักผจญภัยที่ผมกล่าวถึงในข้างต้น

การที่เราจะพัฒนาคนไทยให้สามารถขยายธุรกิจออกไปต่างประเทศ ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่จะช่วยคือการปลูกฝังจิตวิญญาณนักรบนักผจญภัยให้เกิดขึ้นในหัวใจคนรุ่นใหม่ สร้างแรงผลักดัน ambition เพื่อให้เขาอยากจะชนะคนอื่นในเชิงธุรกิจ อยากจะบุกออกไปต่างประเทศยึดครองตลาดบ้านอื่นเมืองอื่น สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองและประเทศ แล้วเราก็อาจจะมีบริษัทเหมือนโตโยต้า ซัมซุง ที่เป็นที่ครั่นคร้ามไปทั่วโลกเช่นเดียวกับเพื่อนชาวเอเชียอย่างญี่ปุ่น และ เกาหลีเช่นเดียวกัน

———————————

ข้อยกเว้น : คนยิวและคนจีน ผู้เป็นนักธุรกิจในสายเลือด

ในบรรดาชนชาติที่ประสบความสำเร็จในทางธุรกิจอย่างสูง มีแค่สองชนชาติที่ไม่ได้มีวัฒนธรรมความเป็นนักรบนักผจญภัยเด่นชัดมากเหมือนชาติอื่นๆที่กล่าวถึงข้างต้น นั่นก็คือคนยิวและคนจีน ทั้งสองพวกนี้เรียกได้ว่ามีความเป็นพ่อค้าความเป็นนักธุรกิจในสายเลือด และได้ประสบความสำเร็จในด้านการค้าด้านธุรกิจตั้งแต่ยุคที่โลกยังเอาชนะกันด้วยสงครามและอาวุธแทนที่จะเป็นการค้าเหมือนทุกวันนี้

สองชนชาตินี้ไม่ได้เทอดทูนบูชานักรบและนักผจญภัยนัก ค่อนข้างจะรักสงบด้วยซ้ำ (คนยิวค่อนข้างรักสงบจนเมื่อหลังสงครามโลกมานี่ถึงเริ่มจับอาวุธสู้คนอื่น คนจีนเองถึงจะมีนักรบ นักวางกลยุทธ์ที่เก่งกาจหลายคน แต่ในวัฒนธรรมจีน ตามปรัชญาขงจื๊อ ก็บูชานักปราชญ์ที่มีความรู้ เป็นจอหงวน มากกว่าจะบูชานักรบ) คนยิวและคนจีนกลับให้ความสำคัญกับการค้าและธุรกิจแต่ไหนแต่ไรมา

อย่างไรก็ดีหัวใจนักธุรกิจค่อนข้างจะฝังลึกอยู่ในวัฒนธรรมทั้งสอง ในประเทศไทยเองเมื่อมีการแต่งงานระหว่างคนไทยและคนจีน วัฒนธรรมบางอย่างก็จางลงไป คนไทยเชื้อสายจีนจำนวนมากที่มีความเป็นไทยมากกว่าความเป็นจีน เริ่มทำงานตามแบบสังคมไทยเช่นเป็นข้าราชการ เป็นพนักงาน ความเป็นนักค้าขายนักธุรกิจก็จางลงไปบ้างหรือหายไปเลยก็มี (ผมเองทางคุณแม่มีเชื้อจีนแต้จิ๋ว 100% แต่ท่านมายึดอาชีพเป็นแพทย์ เป็นข้าราชการและนักวิชาการ ถึงคุณแม่จะโตมาในครอบครัวพ่อค้า คุณตาเป็นพ่อค้าข้าว แต่คุณแม่ผมไม่เคยได้ขายของอะไรเลยทั้งชีวิต เป็นแต่หมอรักษาคนไข้)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s