สำหรับคนที่ท้อแท้จากปัญหาเรื่องงาน

เพื่อนๆที่เคยพบความยากลำบากในการทำงานที่หนักหน่วงเคยท้อกันบ้างไหมครับ ถ้าท้อก็ให้คิดซะว่าเบื้องบนกำลังให้สิ่งที่มีค่าอย่างยิ่งกับเรานะครับ ยิ่งเราเจอปัญหาหนักแค่ไหนเราก็ยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น

ปัญหาก็เหมือนวัคซีนที่ทำให้เราอ่อนแอลงชั่วคราวแต่จะทำให้เราแข็งแกร่งในระยะยาว คนที่เจอปัญหารอบด้านอย่างไม่หยุดหย่อน คุณกำลังได้รับวัคซีนรักษาสารพัดโรคอันประเสริฐสุดหาไม่ได้อีกแล้ว

ปัญหาต่างๆที่รุมเร้า เวลาจะช่วยแก้ไขให้คลี่คลายลงไปเอง คิดซะว่าเมื่อวัคซีนหมดฤทธิแล้วร่างกายคุณจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม และเชื้อโรคร้ายที่ทำให้คุณอ่อนแอลงไปชั่วขณะก็จะไม่สามารถกลับมาทำให้เราอ่อนแอลงไปอีก เพราะเราได้รับภูมิคุ้มกันนั้นแล้ว

เมื่อเกิดปัญหาขึ้น สิ่งเดียวที่คุณควรจะต้องทำคือตั้งสติ อย่าใช้อารมณ์แก้ปัญหา อย่าทำอะไรเพียงเพื่อตอบสนองอารมณ์ชั่ววูบ จะคิดอ่านทำอะไรให้ทำด้วยความสุขุมเยือกเย็น และถามตัวเองอยู่เสมอว่า ทำแล้วเกิดประโยชน์อะไร แล้วคุณก็จะผ่านพ้นปัญหานั้นไปได้โดยไม่สร้างปัญหาอื่นให้กับตัวเองในอนาคต

ขอให้ทุกคนมีกำลังใจสู้ต่อไปและให้กำลังใจซึ่งกันและกันนะครับ

ใครจะมาเป็นฮีโร่ทำให้ประเทศเราพัฒนาได้

ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ผมได้มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับเจ้าของธุรกิจชั้นนำในประเทศเพื่อนบ้านเราในหลายๆประเทศไม่ว่าจะเป็นจีน ไต้หวัน มาเลเซีย กัมพูชา พม่า เจ้าของธุรกิจเหล่านี้เป็นคนที่มีอิทธิพลทั้งในด้านธุรกิจและการเมืองในประเทศของเขาในระดับที่สูงมากๆ อยู่ในระดับที่พูดคุยกับผู้นำสูงสุดของประเทศเป็นกิจวัตรประจำวัน

สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตุได้คือ แม้ว่าเขาเหล่านี้จะได้ผลประโยชน์จากธุรกิจที่เขาเป็นเจ้าของ แต่สิ่งที่เขาเหล่านี้ครุ่นคิดกลับไม่ใช่เรื่องว่าจะทำอย่างไรให้บริษัทกอบโกยได้สูงสุด แต่กลับเป็นเรื่องส่วนรวมของชาติที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้าง กำไรให้กับธุรกิจของเขา เช่น ทำอย่างไรจะให้คนมีการศึกษา ให้คนคิดเป็น จะสร้างงานให้คนหมู่มากอย่างไร จะทำอย่างไรให้เยาวชนไม่มอมเมากับสิ่งยั่วยวน ฯลฯ ผมเชื่อว่าประเทศเหล่านี้มีโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้าไปในอนาคตเพราะคนระดับผู้นำของเขาให้ความสำคัญของการพัฒนาเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของสังคม

ผมเชื่อว่านักธุรกิจไทยเราไม่ได้เก่งน้อยไปกว่านักธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้านเลย แต่ยังมีนักธุรกิจที่มีจิตสำนึกในการร่วมพัฒนาผลประโยชน์ส่วนรวมให้ประเทศน้อยเกินไป อย่างดีก็มุ่งสร้างกำไรสูงสุดให้กับองค์กร หรือถ้าแย่หน่อยก็มุ่งกอบโกยผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก

ที่ผ่านมาประเทศเราโชคดีจากบุญเก่าที่เราทำเอาไว้ เราเป็นประเทศที่อุดมด้วยทรัพยากร อยู่ในทำเลที่ประเสริญที่สุดในใจกลางภูมิภาค นี่อาจทำให้วิธีคิดของพวกเราเน้นไปในด้านการเก็บเกี่ยว (harvest) แทนที่จะเป็นการหว่านเมล็ดพันธุ์ (seeding) เพื่อให้เรามีผลผลิตในอนาคต และเมล็ดพันธุ์ที่สำคัญที่สุดที่เราจะต้องหว่านให้เติบโตก็คือคนของเรา ต้องทำให้เขาคิดเป็น คิดดี และทำด้วยไม่ใช่คิดอย่างเดียว

ผมเลิกคาดหวังกับภาครัฐให้ทำสิ่งเหล่านี้นานแล้ว ไม่ใช่เพราะคนของภาครัฐไม่ดี แต่เพราะระบบที่ทำให้คนมุ่งแต่จะรักษาสถานะส่วนตัว (status quo) ผมเชื่อว่าเราต้องคาดหวังกับตัวบุคคล (individuals) เท่านั้น คนแต่ละคนถึงแม่จะมีกำลังจำกัดแต่มีอิสระที่จะทำสิ่งใดๆก็ได้ที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในปัจจุบันก็มีส่วนในการทำให้คนๆหนึ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีผลได้มากขึ้น เร็วขึ้น กว้างขึ้น

พวกเราที่มีความคิดที่อยากจะเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้น อย่าเอาแต่คิดนะครับ ทำเลย ทุกอย่างขึ้นกับพวกเราทุกๆคน อย่าโทษระบบ โทษองค์กรรัฐ ถลกแขนเสื้อทำในสิ่งที่จะทำให้สังคมดีขึ้น หรือช่วยสนับสนุนคนที่กำลังทำสิ่งเหล่านั้น

อนาคตของประเทศอยู่ในมือพวกเราทุกคนแล้วครับ