โลกแห่ง Machine-to-Machine

(บทความนี้ได้มีการตีพิมพ์ใน Telecom Journal ในวันที่ 4 เมษายน 2554)

ท่านผู้อ่านที่ติดตามเทรนด์เทคโนโลยีใหม่อาจจะเคยได้ชื่อ M2M หรือ Machine-to-Machine กันมาระยะหนึ่งแล้ว M2M  ก็คือเทคโนโลยีที่ทำให้อุปกรณ์ต่างๆสามารถส่งข้อมูลระหว่างกันเองได้ ความสำคัญของเทคโนโลยีตัวนี้ในแง่เศรษฐกิจคือจะทำให้เกิดอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มหาศาลในอนาคต มีการคาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2014 อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ M2M จะมีขนาดใหญ่ถึงหกหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณสองล้านล้านบาท  นอกจากนี้ในอีกไม่ถึงสิบปีข้างหน้าจะมีเครื่องที่ต่อกับเครือข่าย M2M ถึง 5 หมื่นล้านเครื่องซึ่งมากกว่าจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบันถึง 10 เท่า เมื่อ M2M มีขนาดและความสำคัญถึงขนาดนี้ในวันนี้เราจะมาตีประเด็นกันเรื่อง M2M เพื่อให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจกันให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

กลไกการทำงานของ M2M นั้นเริ่มจากเครื่องที่มีตัววัด เซ็นเซอร์ หรือมีเตอร์ที่ใช้วัดค่าบางอย่างเช่นอุณหภูมิ ระดับสินค้าคงคลัง ซึ่งข้อมูลจะถูกส่งผ่านเครือข่ายโดยเครือข่ายที่ว่าอาจจะเป็นเครือข่ายไร้สาย เครือข่ายมีสาย หรือผสมกันก็ได้ โดยข้อมูลจะถูกส่งไปยังแอพพลิเคชั่นซึ่งทำหน้าที่แปลงข้อมูลดิบให้เป็นข้อมูลที่มีความหมายและใช้ในการตัดสินใจได้ การทำงานด้วยกลไกนี้ช่วยลดความยุ่งยากและต้นทุนในกระบวนการเก็บข้อมูลที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอได้อย่างมหาศาล และยังทำให้สามารถสร้างระบบที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆได้อย่างทันท่วงที

ตัวอย่างหนึ่งการใช้งาน M2M  คือระบบ Smart Grid ซึ่งเป็นระบบการวัดค่าการใช้งานไฟฟ้าโดยใช้เทคโนโลยี M2M ในการส่งค่าที่วัดได้ดังกล่าวมายังเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนกลางเพื่อประมวลผล ในปัจจุบันการวัดค่าการใช้งานไฟฟ้ายังใช้ระบบเดิมคือใช้คนไปอ่านค่ามิเตอร์ตามบ้าน และอาคารต่างๆ การวัดค่าไฟในลักษณะดังกล่าวมีต้นทุนในการดำเนินการสูง ทำให้การวัดไม่สามารถทำได้บ่อย เทคโนโลยี M2M ทำให้เราสามารถวัดค่าได้อย่างต่อเนื่องโดยมีต้นทุนที่ต่ำกว่าอย่างมาก และก่อให้เกิดประโยชน์ในหลายๆทาง

ประโยชน์ที่เห็นได้ง่ายที่สุดคือการลดต้นทุนในการวัดค่ามิเตอร์ไฟเพื่อมาใช้ในการคำนวณค่าใช้จ่ายที่ไปเก็บกับลูกค้า ซึ่งในลักษณะดังกล่าวเป็นสิ่งที่การไฟฟ้าต้องทำอยู่แล้วแต่จะสามารถทำได้ในต้นทุนที่ต่ำลงอย่างมากมาย

ระบบ Smart Grid ยังสามารถทำให้การให้บริการกับลูกค้าทันท่วงทีมากขึ้น ถ้าเรามีข้อมูลจากระบบ Smart Grid ผ่าน M2M เมื่อเกิดไฟดับหรือมีปัญหา ทางการไฟฟ้าจะรู้ได้ทันทีและสามารถส่งช่างออกไปได้โดยไม่ต้องรอให้ลูกค้าต้องโทรมาแจ้งปัญหา บนถนนเมื่อมีไฟดับการไฟฟ้าจะรู้ไดทันทีและสามารถส่งคนไปซ่อมได้โดยไม่ต้องรอให้ผู้ขับขี่รถหรือเจ้าหน้าที่แจ้งเข้ามา ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นจากทัศนวิสัยที่ไม่ดีเนื่องจากขาดแสงสว่างที่เพียงพอบนท้องถนน

นอกจากนี้ข้อมูลที่เก็บมาได้แบบ real-time นั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังสามารถเปิดผ่านระบบให้ลูกค้าสามารถเข้ามาดูเพื่อทำความเข้าใจรูปแบบการใช้พลังงานของตัวเองและวางแผนการใช้พลังงานได้อย่างเหมาะสม ท่านผู้อ่านบางคนอาจจะเคยสงสัยว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้แต่ละตัวนั้นมันกินไฟแค่ไหน แต่เดิมเราไม่มีทางที่จะรู้ข้อมูลดังกล่าวได้ แต่ถ้ามีข้อมูลจาก Smart Grid เราสามารถที่จะคาดการณ์ได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่างเช่นเราสามารถลองปิดการใช้งานเครื่องบางเครื่องที่เราสงสัยว่าจะกินไฟแล้วดูว่าสามารถประหยัดการใช้พลังงานได้เท่าใดเป็นต้น หรือหากมีการคิดราคาค่าไฟตามเวลาช่วง peak, off-peak ลูกค้าก็สามารถปรับการใช้งานในช่วงที่ราคาสูงแล้วเห็นผลได้ทันทีว่าทำให้ลดการใช้ไฟได้มากน้อยเพียงใด พูดง่ายๆคือข้อมูลจาก Smart Grid สามารถทำให้ทุกคนสามารถช่วยสังคมในการประหยัดไฟได้คนละไม้ละมือและทำได้อย่างสม่ำเสมอทุกวัน ไม่ต้องรบกวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลต้องมารณรงค์เป็นครั้งคราวแบบปัจจุบัน

นอกจากระบบ Smart Grid แล้ว M2M ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้ในแทบทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นด้านการบำรุงรักษาอุปกรณ์ในอุตสาหกรรม, ด้านการคมนาคม ขนส่งและลอจิสติกส์ (ใช้ในรถเพื่อส่งตำแหน่ง GPS), ด้านการเกษตร (ใช้เครื่องวัดสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ เช่น อุณหภูมิ, ความชื้น, แสงสว่าง), ด้านการควบคุมคลังสินค้า, ด้านการให้บริการนอกสถานที่ (field service), ด้านการสาธารณสุข (เครื่องวัดร่างกายผู้ป่วยและส่งมาประมวลผลยังส่วนกลาง เช่น อุณหภูมิ, คลื่นหัวใจ, ฯลฯ) ในอนาคตเทคโนโลยี M2M จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของพวกเราในทุกแง่มุม ในลักษณะเดียวกันหรืออาจจะมากกว่าการที่เทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้ามามีผลกับชีวิตประจำวันของพวกเราในทุกวันนี้

ตลาดของสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับ M2M ในอนาคตนั้นมีขนาดมหาศาลเกินที่จะบรรยาย วิธีง่ายที่สุดที่จะให้เห็นภาพขอให้ท่านผู้อ่านมองไปรอบตัวท่านในขณะที่อ่านบทความนี้อยู่ ลองดูว่ารอบตัวท่านนั้นมีคนหรืออุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์มากกว่ากันและมากกว่ากันกี่เท่า ถ้าท่านไม่ได้บังเอิญไปอ่านบทความนี้ในรถเมล์หรือรถไฟฟ้าผมค่อนข้างมั่นใจว่าคำตอบที่ได้คือมีเครื่องมากกว่าคน อย่างต่ำๆก็น่าจะ 5 เท่าหรืออาจจะถึง 10 เท่า ลองนึกภาพว่าถ้าทุกเครื่องมีอุปกรณ์สื่อสารที่ส่งผ่าน M2M จำนวน SIM ที่ใช้สำหรับเครื่องจะมากกว่าคนเพียงใด

ปัจจุบันมีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่มากกว่า 5 พันล้านคนทั่วโลก สำหรับ M2M นั้น ณ วันนี้มีเครื่องที่ต่อกับเครือข่าย M2M อยู่ในหลักร้อยล้านเครื่องเท่านั้น แต่ถ้ามองในแง่การเติบโตของอุปกรณ์ที่เชื่อมกับเครือข่าย M2M นั้นเรียกว่าโตแบบทบทวีคูณ (exponential growth) ในทุกๆปี บริษัท อิริคสัน หนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านการสื่อสารแห่งประเทศสวีเดนประมาณการณ์ไว้ว่าในปี 2020 หรืออีกไม่ถึงสิบปีข้างหน้านั้นจะมีอุปกรณ์ที่ต่อกับเครือข่าย M2M ถึง 5หมื่นล้านเครื่อง หรือเป็น 10 เท่าของจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน ถ้ามองในแง่ของโอกาสทางธุรกิจแล้ว ตลาด M2M มีศักยภาพมหาศาล เทคโนโลยี M2M นี้จะเป็นตัวที่พลิกโฉมหน้าและเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั่วโลกเลยทีเดียว

โอกาสทางธุรกิจของ M2M นั้นมีอยู่หลายด้าน ด้านแรกสำหรับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายจะสามารถขยายการให้บริการจากการให้คนใช้ SIM คุยกันมาเป็นให้เครื่องใช้ SIM คุยกัน ข่าวดีก็คือจำนวนเครื่องที่คุยกันจะมีมากกว่าคนหลายเท่า ถึงแม้ปริมาณการใช้งานของเครื่องจะไม่มากเท่าคน (ในอนาคตต่อให้เครื่องจะฉลาดแค่ไหน ผมมั่นใจว่ามันคงไม่แอบนินทากันเองระหว่างเวลาทำงานครับ) แต่เมื่อคูณจำนวณเข้าไปแล้วจะเป็นเม็ดเงินที่มหาศาล

นอกจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แล้วยังมีโอกาสในด้านอื่นๆอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์วัดซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากในเทคโนโลยี M2M  แอพพลิเคชั่นประมวลผลจากข้อมูลวัดที่ได้จากอุปกรณ์ หรือจะเป็นบริการ System Integration ที่นำชิ้นส่วนต่างๆมาต่อเข้ากันเป็นระบบให้กับลูกค้าเพื่อนำไปใช้งานในธุรกิจหรือส่วนตัว ซึ่งบริษัทหรือผู้เชี่ยวชาญอิเล็คทรอนิกส์ ซอฟท์แวร์แอพพลิเคชั่น และ System Integrator บ้านเราควรหันมาให้ความสนใจ M2M มากขึ้นเพราะเป็นตลาดใหญ่และมีศักยภาพอย่างมาก

ตบท้ายนี้เพื่อไม่ให้ท่านผู้อ่านต้องฝันค้าง ผมลืมบอกไปว่าเทคโนโลยี M2M นี้ส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายไร้สายอย่าง 3G กันเป็นหลัก เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะคิดกันไปไกลกว่านี้ มาช่วยกันผลักดันให้ 3G บ้านเราเกิดอย่างเต็มรูปแบบกันก่อนดีกว่าครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s